คดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค การปฏิบัติงานคดีเช็คและความผิดเกี่ยวเนื่องกับเช็ค ชยาธร เฉียบแหลม

คดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค การปฏิบัติงานคดีเช็คและความผิดเกี่ยวเนื่องกับเช็ค ชยาธร เฉียบแหลม
รหัสสินค้า 005423
หมวดหมู่ คู่มือสอบทนายความ คู่มือว่าความ
ราคาปกติ 220.00 บาท
ลดเหลือ 198.00 บาท
น้ำหนัก 1,400 กรัม
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
แก้ไขล่าสุด 22 ก.พ. 2561
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
เล่ม
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!
คดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค การปฏิบัติงานคดีเช็คและความผิดเกี่ยวเนื่องกับเช็ค ชยาธร เฉียบแหลม
ผู้แต่ง : ชยาธร เฉียบแหลม
ปีที่พิมพ์: ครั้งที่ 2 : กุมภาพันธ์ 2561
จำนวนหน้า: 280 หน้า
ขนาด : 18.5x26 ซม.
รูปแบบ : ปกอ่อน
9789742036959
 
สารบัญ
 
ความเบื้องต้น
ภาค 1 ความผิดอันเกิดจากกาารใช้เช็ค
ตอน1 เหตุลงโทษ
ส่วนที่ 1 เป็นผู้ออกเช็ค หรือร่วมออกเช็ค
  1.เป็นผู้ออกเช็ค
  1.1 ออกโดยใช้เช็คของผู้อื่นลงชื่อผู้อื่น
  1.2 กรอกจำนวนเงินลงในเช็คซึ่งมีลายมือชื่อผู้อื่นเป็นผู้สั่งจ่าย
  1.3ผู้อื่นกรอกข้อความในเช็คแทนด้วยความยินยอม
  1.4 มอบให้ผู้อื่นเขียนชื่อในช่องผู้สั่งจ่าย
  1.5 ผู้ออกเช็คไม่จำเป็นผู้มีหนี้โดยตรง
  2. เป็นผู้ร่วมออกเช็ค
  2.1 แบ่งหน้าที่กันทำไ
  2.2 ผู้สลักหลัง
  2.3 นำเช็คที่ผู้อื่นลงชื่อมากรอกข้อความและสลักหลัง
  2.4 จัดให้มีการออกเช็ค
  2.5 ประทับตราสำคัญของบริษัทลงในเช็
  2.6 ผู้แทนนิติบุคคลเป็นตัวการร่วมกับนิติบุคคล หรือกลับกัน
ส่วนที่ 2 ออกเช็คชอบ
  1.ตราสารที่ออกสมบูรณ์เป็นเช็ค
1.2 ใช้เช็คของผู้อื่นและลงชื่อผู้อื่นสั่งจ่าย
1.3ให้ผู้อื่นกรอกข้อความในเช็ค
2.ลงวันที่ล่วงหน้า
ส่วนที่ 3 เพื่อชำระหนี้
1.ออกเช็คฉบับใหม่เพื่อชำระหนี้อันเกิดจากมูลหนี้แลกเงินสด
2.ออกเช็คฉบับใหม่เพื่อชำระหนี้อันเกิดจากมูลหนี้ขายลดเช็ค
3.ออกเช็คชำระค่ามัดจำ หรือวางมัดจำ
4.ตกลงนำเช็คที่ออกเพื่อประกันหนี้มาใช้เป็นการชำระหนี้
5.ผู้ออกเช็คเขียนข้อความว่า ให้ไว้เพื่อประกันหนี้ โดยพลการ
ส่วนที่ 4 หนี้มีอยู่จริง
1.หนี้ตามนิติกรรมที่เกิดจากการแปลงหนี้ใหม่
2.ออกเช็คชำระหนี้ไว้ล่วงหน้าโดยลงวันที่ตรงกับวันครบกำหนดชำระเงินตามสัญญากู้
3.ออกเช็คชำระค่าเสียหาย
4.ออกเช็คชำระค่ามัดจำ
5.ออกเช็คชำระค่างวดเช่าซื้อล่วงหน้า
6.ออกเช็คใหม่แลกเปลี่ยนกับเช็คเก่าที่ถูกปฎิเสธการจ่ายเงิน
7.ออกเช็คชำระหนี้อื่นๆ
8.มีการชำระหนี้ตามเช็คบางส่วนก่อนหรือหลังเช็คถึงกำหนด
ส่วนที่ 5 หนี้บังคับได้
1.นิติกรรมที่เป็นโมฆียะแต่ยังไม่มีการบอกล้างฃ
2.ออกเช็คชำระหน้เงินกู้ล่วงหน้าโดยลงวันที่สั่งจ่ายตรงกับวันครบกำหนดชำระเงิน
3.ออกเช็คฉบับใหม่แทนเช็คฉบับเดิมที่เรียกเก็บเงินไม่ได้
4.ออกเช็คชำระเฉพาะส่วนต้นเงินกู้ไม่รวมดอกเบี้ยที่คิดเกินอัตรา
5.ออกเช็คชำระหนี้ตามสัญญากู้ที่มิได้ปิดอากรแสตมป์หรือปิดไม่ครบ
6.ออกเช็คชำระหนี้ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่มิได้ปิดอากรแสตมป์
7.ออกเช็คในการเล่นแชร์เปียหวย
8.อกเช็คพิพาทมอบให้เพื่อยืนยันว่ารักใคร่และจะสมรสด้วย
9.ออกเช็คก่อนถูกพิทักษ์ทรัพย์แต่ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงินหลังศาลมีคำสั่งพิทักษืทรัพย์
10.ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงินก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน
11.ออกเช็คชำระเบี้ยปรับเกินอัตราร้อยละ15ต่อปีในมูลหนี้อื่น
ส่วนที่ 6 มีลักษณะหรือการกระทำตามที่กฎหมายกำหนด
1.เจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
1.1ออกเช็คโดยไม่ประทับตรา
1.2ออกเช็คทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคาร
1.3ออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าตรงกับวันครบกำหนดชำระตามสัญญากู้
1.4ออกเช็คโดยลงชื่อไม่ตรงกับตัวอย่างที่ให้ไว้แก่ธนาคาร
1.5ออกเช็คโดยใช้ชื่อเช็คของผู้อื่นและลงชื่อผู้อื่น
1.6ออกเช็คที่มีการเปิดบัญชีไว้ในนามผู้อื่น
2.ในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้
3.ให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค
4.ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คได้
5.ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต
5.1จำเลยสั่งให้ระงับการจ่ายเงิ
5.2เปลี่ยนเงื่อนไขการสั่งจ่ายกับธนาคารภายหลังออกเช็คแล้ว
ส่วนที่ 7 ยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยชอบ
ส่วนที่ 8 ธนาคารปฎิเสธไม่ให้ใช้เงินตามเช็ค
1.ปฎิเสธด้วยวาจา
2.ถ้อยคำปฎิเสธ
2.1ยังไม่มีการตกลงกับธนาคาร
2.2บัญชีปิดแล้ว
2.3ติดต่อผู้สั่งจ่าย
2.4ยังรอเรียกเก็บเงินอยู่ โปรดนำมายื่นใหม่
2.5โปรดส่งมาเบิกเงินอีกครั้ง
2.6แจ้งว่าไม่มีเงินและคืนเช็คให้
2.7เช็คพ้นกำหนดการจ่ายเงิน
ส่วนที่ 9 ผู้ออกเช็คมีความผิด
1.แม้ผู้ออกเช็คจะไม่ได้มีหนี้สินกับผู้ทรงโดยตรง
2.แม้บัญชีเงินฝากปิดแล้วขณะออกเช็ค
3.แม้ผู้ออกเช็คไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชี
ส่วนที่ 10 ระวางโทษ
ส่วนที่ 11 เป็นผู้เสียหาย
1.เป็นผู้ทรงเช็คขณะธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงิน
2.รู้ในขณะเขียนเช็คว่าผู้สั่งจ่ายไม่มีเงินในธนาคาร
ส่วนที่ 12 ร้องทุกข์ชอบ
1.ผู้ร้องทุกข์ต้องเป็นผู้เสียหาย
2.ผู้เสียหายต้องการเอาโทษผู้กระทำความผิด
3.ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนคนใดก็ได้
4.ร้องทุกข์แล้วขอรับเช็คคืนไป
5.มีรายการตามที่กฎหมมายกำหนด
6.มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ได้
7.อื่นๆ
ส่วนที่ 13 สอบสวนชอบ
ส่วนที่ 14 ไม่ขาดอายุความ
1.ไม่ขาดอายุความร้องทุกข์
2.ไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง
ส่วนที่ 15 บรรยายฟ้องชอบ
1.ครบองค์ประกอบความผิด
2.ขาดรายละเอียดเล็กน้อย
3.บรรยายองค์ประกอบตามมาตรา 4(1) ถึง (5) เพียงบางรายการ
4.มีข้อเท็จจริงเกินเลยในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ
5.มิได้อ้างบทมาตราเกี่ยวกับวิธีการลงโทษหลายกรรม
6.การระบุสถานที่เกิดเหตุ
ส่วนที่ 16 เหตุเกิดในเขตอำนาจศาล
 
ตอนที่ 2 เหตุยกฟ้อง
ส่วนที่ 1 ไม่เป็นผู้ออกเช็ค
ส่วนที่ 2 ออกเช็คไมชอบ
1.ตราสารที่ออกไม่สมบูรณ์เป็นเช็ค
2.ไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่าย
ส่วนที่ 3 ไม่ใช่เพื่อชำระหนี้
1.เพื่อประกันหนี้
2.ออกเช็คเพื่อขายลด
3.ออกเช็คแลกเงินสด
ส่วนที่ 4 หนี้ไม่มีอยู่จริง
1.ออกเช็คชำระหนี้ที่ยังไม่มี
2.ออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ที่ผู้กู้ยังไม่ได้รับเงิน
3.ออกเช็คชำระหนี้อุปกรณ์ที่หนี้ประธานระงับแล้ว
4.ออกเช็คชำระหนี้ที่ถือเอาการจ่ายเงินตามเช็คของธนาคารเป็นเงื่อนไขของการมีนิติสัมพันธ์
5.ออกเช็คชำระหนี้ที่นำสืบไม่ได้ว่ามีมูลหนี้อยู่จริง
6.ออกเช็คให้นำไปใช้กู้เงิน
7.ชำระหนี้บางส่วนก่อนวันที่ลงในเช็ค
ส่วนที่ 5 หนี้บังคับไม่ได้ 
1.ออกเช็คชำระหนี้ที่เป็นโมฆะ
2.ออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
3.ออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ก่อนมีหลักฐานเป็นหนังสือ
4.ออกเช็คชำระหนี้เงินกู้ก่อนทำสัญญากู้เงิน
5.ออกเช็คก่อนทำสัญญาเช่าซื้อ
6.ไม่มีสัญญาเช่าซื้อมาแสดง
7.ออกเช็คชำระหนี้การพนัน
8.ออกเช็คโดยมีจำนวนดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตรารวมอยู่ด้วย
9.มูลหนี้ตามเช็คระงับไปก่อน
10.ออกเช็คชำระหนี้ที่ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายระคนอยู่ในจำนวนหนี้ที่บังคับได้
11.ขณะออกเช็คหนี้ยังบังคับกันไม่ได้
ส่วนที่ 6 ไม่มีลักษณะหรือการกระทำตามที่กฎหมายกำหนด
1.ไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค
1.1ออกเช็คพิพทาโดยไม่มีการลงวันที่สั่งจ่าย
1.2มีเหตุสมควรในการมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค
1.3สั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คก่อนเช็คถึงกำหนดโดยสุจริต
1.4บอกเลิกสัญญาอันเป็นมูลเหตุให้ออกเช็คแล้วก่อนมีการนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน
1.5วันออกเช็คจำเลยเป็นเจ้าหนี้ธนาคารเป็นจำนวนสุงกว่าจำนวนเงินตามเช็ค
1.6ไม่นำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ตามเช็คโดยมีเหตุอ้างตามกฏหมาย
2.ในขณะที่ออกเช็คมีเงินอยู่ในบัญญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้
2.1วันถึงกำหนดชำระเงินตามเช็คมีเงินในบัญชีเกินจำนวนเงินตามเช็ค
2.2มิได้นำสืบให้เห็นว่าในวันออกเช็คมีเงินอยู่ในบัญชีไม่พอใช้เงินตามเช็ค
3.ให้ใช้เงินมีจำนวนไม่สูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยุ่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค
4.มีเหตุให้ถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจพึงให้ ใช้เงินตามเช็คจนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คได้
5.ห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คดดยไม่มีเจตนาทุจริต
5.1ห้ามธนาคารใช้เงินตามเช็คโดยเข้าใจว่ามีสิทธิหักกลบลบหนี้
5.2แจ้งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายอาจไม่สามารถปฎิบัติตามสัญญาได้
ส่วนที่ 7 ยื่นเช็คเพื่อให้ใช้เงินโดยไม่ชอบ
1.เพียงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยมิได้ยื่นเช็คต่อธนาคาร
2.ยื่นเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค
3.ผู้ยื่นไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบ
ส่วนที่ 8 ธนาคารไม่ได้ปฎิเสธใช้เงินตามเช็ค
1.ให้นำเช็คมาขึ้นใหม่ในเวลาอื่
2.ไม่ปรากฎว่าธนาคารได้ปฎิเสธการจ่ายเงิน
ส่วนที่ 9 ผู้ออกเช็คไม่มีความผิด
1.ไม่ได้ลงวันออกเช็ค
2.มีการแก้ไขวันที่สั่งจ่ายโดยผุ้สั่งจ่ายมิได้ยินยอมด้วย
3.มีการแก้ไขจำนวนเงินโดยผู้สั่งจ่ายมิได้ยินยอมด้วย
ส่วนที่ 10 ขาดอายุความ 
1.ขาดอายุความร้องทุกข์
1.1อายุความเริ่มนับแต่วันที่รู้ว่าธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงิน
1.2อายุความเริ่มนับแล้ว ไม่มีการเริ่มนับใหม่
1.3ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด3เดือน
2.ขาดอายุความฟ้องคดี
2.1อายุความเริ่มนับแต่วันที่ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงิน
2.2ต้องได้ตัวมาศาลภายในอายุความกำหนด
3.ผลของคดีขาดอายุความ
ส่วนที่ 11 ไม่เป็นผู้เสียหาย
1.มิใช่ผู้ทรงเช็คในวันที่ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงิน
2.ความเสียหายในมูลหนี้รายนั้นระงับไปแล้ว
3.ความผิดตามเช็คนั้นเคยเกิดขึ้นไปแล้ว
4.ความเสียหายสืบเนื่องมาจากมูลหนี้ตามเช็คเกิดขึ้นแล้ว
5.ผุ้ทรงเช็คเป็นนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคลไม่ใช่ผู้เสียหาย
6.ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเช็คฉบับใดเป็นเช็คส่วนตัว ฉบับใดเป็นของบริษัท
7.รับโอนเช็คโดยไม่สุจริต
8.รับเช็คไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าขณะที่ออกเช็คให้นั้นเงินในบัญชีของผู้ออกเช็คมีไม่พอจ่าย
9.รู้อยู่แล้วว่าขณะที่ออกเช็คผู้ออกเช็คไม่มีทางที่จะชำระเงินตามเช็คได้
10.เช็คเปลี่ยนมือไม่ได้ โอนไปโดยฝ่าฝืนคำสั่ง
11.มูลหนี้ตามเช็คระงับไปแล้ว
12.ผู้เสียหายเป็นผู้กระทำความผิดในมูลหนี้ตามเช็ค (มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย)
ส่วนที่ 12 ร้องทุกข์ไม่ชอบ
1.ผู้ร้องทุกข์มิได้เป็นผู้เสียหาย
2.ผู้ร้องทุกข์มิใช่ผู้แทนของนิติบุคคลผู้เสียหาย
3.หนังสือมอบอำนาจระบุให้ฟ้องร้องคดีต่อศาล ไม่รวมถึงการมอบอำนาจให้ร้องทุกขืด้วย
4.หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ไม่ชอบ
5.แจ้งความโดยยังไม่ประสงค์จะร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน
6.แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
7.มอบอำนาจให้ร้องทุกข์ดำเนินคดีคนหนึ่งแต่ไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอีกคนหนึ่ง
ส่วนที่ 13 สวบสวนไม่ชอบ
ส่วนที่ 14 บรรยายฟ้องไม่ชอบ
1.ขาดองค์ประกอบความผิด
1.1เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย
1.2วันยื่นเช็คและวันที่ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงิน
1.3ข้อความตาม (1) ถึง(5) ของมาตรา4 
2.ฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดไม่อาจแก้ไขให้สมบูรณ์ได้
3.วันเวลาขัดแย้งกัน
4.ไม่ได้ระบุเวลา
ส่วนที่ 15 เหตุเกิดนอกเขตอำนาจศาล
ตอน 3 เหตุจำหน่ายคดี
ส่วนที่ 1 จำเลยตาย
ส่วนที่ 2 ถอนฟ้อง
1.โจทก์ถอนฟ้องก่อนคดีถึงที่สุด
2.ผู้เสียหายอถอนฟ้อง
3.แปลความคำร้องขอถอนฟ้องว่าเป็นการยอมความ
4.ไม่ยอมถอนฟ้องตามข้อตกลง แปลเป้นยอมความ
5.ผลของการถอนฟ้อง
ส่วนที่ 3 ถอนคำร้องทุกข์
1.ผุ้มีสิทธิถอนคำร้องทุกข์
2.การถอนคำร้องทุกข์
3.ผุ้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการขอถอนคำร้องทุกข์
4.แปลคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์เป้นการยอมความ
5.แปลคำร้องขอถอนฟ้องเป็นขอถอนคำร้องทุกข์
6.ข้อความที่ลักษณะเป็นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์
7.ผูกพันธ์ต้องถอนคำร้องทุกข์ตามข้อตกลง
8.การสั่งคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์
9.ผลของการถอนคำร้องทุกข์
ส่วนที่ 4 ยอมความ 
1.กรณีที่ถือเป็นการยอมความ
1.1การยอมความไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
1.2รับเช็ค เงิน หรือทรัพย์สินอื่นแทน
1.3ขอถอนคำร้องทุกข์ แต่แปลความได้ว่าเป็นการยอมความ
1.4ตกลงกันว่าถ้าจำเลยชำระเงินครบถ้วน โจทก์จะดำเนินการถอนฟ้อง และจำเลยปฎิบัติตามข้อตกลงแล้ว
1.5ทนายความโจทก์ยอมความแทนโจทก์ได้
1.6ผู้เสียหายทำสัญญาจะถอนฟ้อง
2.กรณีที่ไม่ถือเป็นการยอมความ
2.1ไม่ปรากฎแน่ชัดว่าตกลงระงับข้อพิพาทต่อกัน
2.2จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้
2.3ตกลงกันในศาลว่าหากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนดโจทก์จะถอนฟ้อง แต่นัดต่อมาโจทก์ไม่ยอมมาศาล
2.4ตกลงแบบมีเงื่อนไข แต่เงื่อนไขไม่สำเร็จ
2.5ตกลงโดยมีเงื่อนไขให้ต่างถอนฟ้อง เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ปฎิบัติไม่เป็นการยอมความ
2.6ข้อตกลงมีเงื่อนไขให้ปฎิบัติก่อน
2.7โจทก์ยังไม่ได้สละสิทธิดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย
2.8โจททก์ยอมลดยอดหนี้และให้โอกาสหาเงินมาชำระหนี้
2.9ทำบันทึกข้อตกลงที่จะชดใช้ค่าเสียหายกันในทางแพ่ง
2.10ภริยาลงชื่อในเอกสารการยอมความแทนสามีโดยไม่มีอำนาจ
2.11ผู้เสียหายเพียงแถลงต่อศาลว่าหากจำเลยปฎิบัติตามที่ให้สัญญาก็จะถอน คำร้องทุกข์และไม่เรียกร้องหนี้จำนวนใดอีก
2.12ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว
2.13การยอมความทำล่วงหน้าก่อนความผิดเกิดไม่ได้
2.14ขอให้ศาลเรียกมายอมความไม่ได้
2.15อื่นๆ
3.ผลของการยอมความ
3.1สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป
3.2ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอีกไม่ได้
3.3ฟ้องอีกไม่ได้
3.4ศาลสูงตรวจพบ พิพากษายกฟ้อง
3.5คำพิพากษาระงับ
ส่วนที่5 คดีเลิกกัน
1.กรณีที่ทำให้คดีเลิกกัน
1.1ใช้เงินตามเช็คภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
1.2หนี้สินผลผูกพันไปก่อนมีคำพิพากษาถึงท่สุด
ก.ชำระเงินครบ
ข.ได้รับเงินชำระหนี้ครบถ้วนตามจำนวนเงินในเช็คแม้จะไม่ครบตามที่ตกลง
ฃ.ยอมรับเงินหรือของอื่นเป็นการชำระหนี้ตามเช็ค
ค.ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งไปครบถ้วนแล้ว
ฅ.แปลงหนี้ใหม่
ฆ.ประนีประนอมยอมความ
2.กรณีที่ไม่ทำให้คดีเลิกกัน
2.1ชำระเงินเมื่อพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
2.2มูลหนี้ตามเช็คพิพาทยังไม่สิ้นผลผูกพัน
ก.มูลหนี้ไม่สิ้นผลผูกพัน
ข.เป็นเพียงข้อตกลงผ่อนชำระหนี้
ฃ.มูลหนี้เดิมขาดอายุความระหว่างพิจารณาคดีเช็ค
ค.ใช้สิทธิฟ้องร้องทางแพ่งในมูลหนี้เดิม
ฅ.ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ได้รับชำระหนี้ตามเช็ค
ฆ.การไม่ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย
ง.ชำระเฉพาะต้นเงินมิได้ชำระดอกเบี้ย
จ.ใช้เงินมากกว่าจำนวนตามเช็คแต่น้อยกว่ามูลหนี้เดิม
ส่วนที่ 6 มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้อง
ส่วนที่ 7 จำหน่ายคดีชั่วคราว
ตอน 4 กรณีอื่นๆ
ส่วนที่ 1 โจทก์ตาย หรือล้มละลาย
ส่วนที่ 2 จำเลยล้มละลาย
ส่วนที่ 3 ศาลทหาร
 1.การพิจารณาความเป็นทหารถือวันกระทำผิดเป็นสำคัญ
 2.ความปรากฎว่าเป็นทหารก่อนประทับฟ้อง
 3.ความปรากฏว่าเป็นทหารหลังประทับฟ้อง สาลพลเรือนพิจารณาต่อไปได้
 4.ทหารกระทำความผิดร่วมกับพลเรือน อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน
 5.เหตุพิเศษ
 ภาค 2 กระบวนพิจารณาในการดำเนินคดีเช็
 ตอน 1 ก่อนฟ้อง
 ส่วนที่ 1 การผัดฟ้องและการฝากขัง
 1.ผัดฟ้อง
 1.1กรณีจับกุม
 1.2กรณีแจ้งข้อหา
 2.ฝากขัง
 3.ผลของการขาดผัดฟ้อง
 ส่วนที่ 2 สอบสวน
 ส่วนที่ 3 ปล่อยชั่วคราว
 ตอน 2 นับแต่ยื่นฟ้องถึงก่อนพิพากษา
 ส่วนที่ 1 ฟ้อง ไต่สวนมูลฟ้อง
 1.1การบรรยายฟ้อง
 1.2มอบอำนาจฟ้อง
 2.รวมฟ้องคดีแพ่งต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา
 3.ฟ้องซ้อน ฟ้องซ้ำ
 4.ทิ้งฟ้อง
 5.ไต่สวนมูลฟ้อง 
 5.1โจทก์ไม่มาศาล
 5.2ข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
 5.3อำนาจศาลในการวินิจฉัยว่าพยานหลักฐาน
 5.4ออกหมายเรียก หรือหมายจับ
 ส่วนที่ 2 พิจารณา
 1.ทนายความ
 2.คำให้การ
 3.สืบพยาน
 3.1โจทก์ไม่มาศาลในวันสืบพยาน
 3.2สืบพยานต้องกระทำต่อหน้าจำเลย
 3.3โจทก์ต้องสืบข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิด
 3.4การรับฟังพยานหลักฐานชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
 3.5ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิดได้จากการถามค้าน
 3.6จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงใด โจทก์ไม่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงนั้
 3.7จำเลยไม่จำต้องยกประเด็นข้อ่ต่อสู้ไว้ในคำให้การและนำพยานเข้าสืบได้โดยไม่ต้องซักค้านพยานโจทก์
 3.8การสืบพยานของจำเลย
 ตอน 3 พิพากษา 
 ส่วนที่ 1 ไม่เกินคำขอ
 ส่วนที่ 2 ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง
 1.มิใช่ข้อสาระสำคัญ
 2.เป็นข้อสาระสำคัญ
 ส่วนที่ 3 กรรมเดียว หลายกรรม 
 1.กรรมเดียว
 2.หลายกรรม
 ส่วนที่ 4 ลดโทษ
 ส่วนที่ 5 เพิ่มโทษ
 ส่วนที่ 6 ยกโทษจำคุก หรือกำหนดให้น้อยลง
 ส่วนที่ 7 ปรับ กักขัง
 1.โทษปรับ
 2.โทษกักขัง
 ส่วนที่ 8 รอการกำหนดโทษ รอการลงโทษ
 1.รอการกำหนดโทษ
 2.รอการลงโทษ
 ส่วนที่ 9 บวกโทษ
 ส่วนที่ 10 นับโทษต่อ
 1.ต้องบรรยายฟ้องและมีคำขอให้นับโทษต่อ
 2.ยื่นคำร้องขอให้นับโทษต่อ
 3.ในฟ้องระบุหมายเลขคดีแดงแล้ว แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดคำพิพากษาก็ให้นับโทษต่อได้
 4.ต้องปรากำว่าจำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลย
 5.ต้องปรากฎการลงโทษในคดีที่ขอให้นับต่อ
 6.กรณีมีคำพิพากษาในเวลาใกล้เคียงเกี่ยวเนื่องติดต่อกันไป
 7.กรณีรวมพิจารณา
 8.ต้องอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(1)
 9.นับโทษจำคุกติดต่อจากโทษกักขัง
 10.นับโทากักขังติดต่อกัน
 11.คดีที่ขอให้นับต่อไม่จำต้องถึงที่สุด
 12.นับโทษต่อซ้อนกันไม่ได้
 ส่วนที่ 11 หักวันคุมขัง
 ภาค 3 ความผิดเกี่ยวเนื่องกับเช็ค
 ส่วนที่ 1 แจ้งความเท็จ
 ส่วนที่ 2 ฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ
 ส่วนที่ 3 เอาไปเสียวึ่งเอกสารของผู้อื่น
 ส่วนที่ 4 ปลอมเอกสาร
 ส่วนที่ 5 ลักทรัพย์
 ส่วนที่ 6 ฉ้อโกง
 ส่วนที่ 7 โกงเจ้าหนี้
 ส่วนที่ 8 ยักยอก
 ส่วนที่ 9 รับของโจร
 ส่วนที่ 10 ทำให้เสียทรัพย์
 ภาคผนวก
 พระราชบัญญัติว่าด้ววยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534
 ประวัติผู้เขียน
สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

รับชำระเงินผ่านทางธนาคาร ซึ่งลูกค้าสามารถโอนเงินผ่านตู้ ATM  ธนาคารออนไลน์ หรือ เคาน์เตอร์ธนาคาร ตามบัญชีธนาคารด้านล่างนี้  และถ้าหากลูกค้าไม่มีการโอนชำระเงินเข้ามาภายในเวลา 24 ชั่วโมง ระบบจะทำการยกเลิกการสั่งซื้อโดยอัตโนมัติ

เมื่อท่านโอนเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรุณาแจ้งให้ทราบด้วยโดยท่านสามารถ แจ้งชำระเงิน ผ่านเว็บได้ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ท่านต่อไป

ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาม.รามคำแหง ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาถ.รามคำแหง ออมทรัพย์
ธ.กสิกรไทย สาขาหัวหมากทาวน์เซ็นเตอร์ ออมทรัพย์
ธ.กรุงไทย สาขารามคำแหง 65 ออมทรัพย์
ธ.ทหารไทย สาขาม.รามคำแหง ออมทรัพย์
พร้อมเพย์ สาขา- -
  • ค่าธรรมเนียม 5.5%
  • การชำระผ่าน PayPal คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งชำระเงิน เนื่องจากระบบจะจัดการให้คุณทันที ที่คุณชำระเงินเสร็จสมบูรณ์
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข
เพิ่มเพื่อน
ติดต่อให้เราเป็นผู้จำหน่าย
ผลงานของท่าน
ทั้งหนังสือเล่ม,
ไฟล์ Ebook และอื่นๆ

ติดต่อเราเลย 
086-7748337 
Attorney285@gmail.com

หมวดหมู่หนังสือ

คู่มือเตรียมสอบราชการ [2656]
หนังสือกฎหมาย [1554]
ชีท ม.รามคำแหง [380]

สอบถาม/สั่งซื้อ

0867748337,0879993997

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก